ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนและมั่นคง

ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไร อย่างยั่งยืนและมั่นคง

เมื่อพูดถึงเรื่องการ ลงทุน เชื่อว่า ตอนเด็กๆ นั้นเราเคยมีความสุขกับการได้หยอดเงินในกระปุกออมสิน และมีความมุ่งมั่นไฝ่ฝันที่จะหยอดให้เต็มกระปุก เพื่อที่จะนำไปซื้อของที่เราอยากได้ แต่พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อยก็จะเริ่มมองตัวเลขในบัญชีเงินฝากแล้วว่ามีเงินมากน้อยเท่าไหร่ พอมาสังเกตเงินในบัญชีของตัวเองดีๆ แล้ว ทำไมมันดูน้อยลง ดูไม่เยอะเท่าแต่ก่อนเลย ปัญหาเหล่านี้จะเรียกว่า เงินเฟ้อ แต่เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการลงทุน วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการ ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไร อย่างยั่งยืนและมั่นคง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูพร้อมกันกับ paosatang.com เลยค่ะ

ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไร อย่างยั่งยืนและมั่นคง

  1. คิดว่าเราจะทุนอะไรดี

มาเริ่มกันเลยที่ข้อแรกในเหล่าบรรดาทรัพย์สินที่หลายๆ คนนิยมนำไปลงทุนไม่ว่าจะเป็น หุ้น เงินฝาก ทองคำ และ เงินฝากพันธบัตรทุกๆ คนคิดว่าสิ่งไหนที่จะให้คุณได้มีการเติบโตได้ไวมากที่สุด มาดูกันเลยที่กราฟข้างล่างนี้ จะแสดงให้เห็นเลยว่า ในระยะเวลา 36 ปีนี้ เงินจำนวน 1,000 บาทที่เราได้นำไปลงทุนซื้อในทรัพย์สินต่างๆ จะมีความแตกต่างกันและจะมีความเติบโตที่ต่างกัน ถ้าคุณไปซื้อลงทุนไปซื้อหุ้น จำนวน 1,000 บาท จะเติมโตเปี 59,674 บาท และถ้าคุณนำไปเงินไปซื้อทอง จาก 1,000 ก็จะกลายเป็น 8,505 ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าถ้าคุณนำเงินไปลงทุนซื้อ หุ้น จะเป็นทรัพย์สินที่การสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาวที่สุด

ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนและมั่นคง

และถ้าหากว่าคุณนั้นอยากจะเพิ่มกำไรจากเงินของคุณให้ดีกว่านำเงินไปฝากธนาคารเฉยๆแบบที่ไม่ได้กำไรอะไรเลย เราทางมีแนะนำให้คุณยู่ 2 อย่าง เพียงเท่านั้นค่ะ นั้นก็คือ การซื้อหุ้นเก็บไว้ และซื้อพันธนบัตร

  1. จะนำเงินไปลงทุนเท่าไหร่ดี

เรามาลองจัดสรรปันส่วนการลงทุนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะขึ้นอยู่ความเสี่ยงของแต่ละคนที่จะได้รับด้วย ถ้ายังอายุน้อยเป็นวัยรุ่นรวมไปถึงวัยกลางๆ คน ก็จะมีเวลาที่จะให้ทุนลงอีกนาน อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 5-10 ปี เป็นอย่างต่ำ จะสามารถที่จะหาเงินหรือทรัพย์สินต่างๆ มาทดแทนในส่วนที่อาจจะได้ระความเสี่ยงจากการลงทุนไปได้ทุกเมื่อ 

การรับความเสี่ยงมากกว่าก็อาจจะเลือกการลงทุนในหุ้น 80% และพันธนบัตร 20% หรือว่าอาจจะลงน้อยลงในส่วนของหุ้นนั้นหมดเลยก็ได้ เพื่อที่ว่าจะให้เงินนั้นมีการเติบโตได้อย่างสูงสุดในระยะข้างหน้าในอนาคต

และในส่วนของผู้มีอายุมากแล้วหรือผู้สูงวัย แน่นอนว่าคุณจะได้รับความเสี่ยงที่น้อยกว่าทุกวัย อาจจะเป็นเลือกลงทุนซื้อหุ้น 40% และพันธนบัตร 60% หรือจะเป็นทั้ง2อย่างแบบเท่าๆ กันก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของในที่ละคนด้วยค่ะ

  1. เลือกซื้อหุ้นอย่างไรให้ปลอดภัย

มาต่อกันเลยที่วิธีข้อที่ 3 การที่เราจะได้ลงทุนนั้นก็เหมือนกับที่ว่าการลงทุนในแบบธุรกิจต่างๆ คล้ายกับว่า เราได้เป็นเจ้าของในธุรกิจนั้นๆ ไปด้วย และตามสัดส่วนจำนวนของหุ้นที่เรามีอยู่นั้น ตัวอย่างเช่น มีหุ้นของห้างสรรพสินอยู่จำนวน 1,000,000 กว่าหุ้น ก็จะเท่ากับว่าเราเป็นเจ้าของ ห้างสรรพสินอยู่ 0.01% ซึ่งผลตอบแทนของทั้ง 2 การลงทุนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป 

โดยที่เราจะได้รับผลตอบแทนจากกำไรที่มีการเติบโตขึ้นจากเงินปันผลที่ได้มีการจ่ายออกมา และถ้าหากว่าเราได้นำเงินไปลงทุนใน 20 กว่าหุ้น หรือ 20 ธุรกิจ ผลตอบแทนที่เราจะได้รับก็คือ กำไรที่ได้การจากเงินปันผลของในแต่ละปี ของทั้งหมดที่มีโดยได้มีการเฉลี่ยกันออกมา

จากนั้นเราจะพามาดูกราฟกำไรหรือเงินที่เราจะได้รับของตลาดหุ้นไทยที่มีมาตั้งแต่ปี 2518-2560 เป็นระยะเวลา 45 ปี แค่ผลตอบแทนทบต้น 11.90% ต่อแต่ละปี เงินที่เราทุนลงไปก็จะเติบโตไปมากถึง 125 เท่าแล้วค่ะ ถ้าคิดเป็น 1. ผลตอบแทนที่เราได้มาจาก กำไรที่เติบโตมากขึ้นก็จะคิดเป็น 6.89% ในแต่ละปี 2. ผลตอบแทนที่เราได้มาจากการ เงินปันผลที่ได้มีการจ่ายออกมาก็จะคิดเป็น 4.99 ในแต่ละปี 

ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนและมั่นคง

การจากที่เราได้ทำการศึกษาเรื่องของการลงทุนไปแล้วนั้นทุกๆ คนคงจะทราบแล้วว่า  ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนและมั่นคง เป็นอย่างไร การลงทุนทุกๆ คนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแถมยังมีความเสี่ยงอีกต่างหาก แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกๆ คิดนะคะ เพียงลองศึกษาให้ดีๆ แล้วค่อยๆ เริ่มลงทุนไม่โลภมากไปลงทุนเยอะจะจนเกือบหมดตัวเพียงเท่านี้เราก็จะมีรายได้ตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มมากขึ้นแล้วค่ะ

ตามไปดูธุรกิจรถเก่าคลาสสิกน่าลงทุนมูลค่าเพิ่มทุกปี

อีกหนึ่งธุรกิจที่เพิ่มมุลค่าทุกปีเลยก็ว่าได้คือ ธุรกิจรถคลาสสิก สำหรับคนที่ชอบสะสมรถเก่าคลาสสิกก็คงรู้ดีว่าราคามันนั้นสูง บางครั้งเผลอ ๆ รถในมือคุณนั้นอาจมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัวในแต่ละปี วันนี้เราจึงมาแนะนำ ธุรกิจรถเก่าคลาสสิกน่าลงทุนมูลค่าเพิ่มทุกปี ถ้าหากคุณพร้อมแล้วเราไปลุยกันเลย

ธุรกิจรถเก่าคลาสสิกน่าลงทุนมูลค่าเพิ่มทุกปี
การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี Previous post การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี
วิธีเริ่มลงทุนสำหรับมือใหม่ Next post วิธีเริ่มลงทุนสำหรับมือใหม่