ลงทุนอย่างไร ให้รอดในยุคโควิด 19 การลงทุน

ลงทุนอย่างไร ให้รอดในยุคโควิด 19

แม้ในปัจจุบันการจัดการเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 จะทำได้ดีมากยิ่งขึ้น หลายประเทศทั่วโลก มีการเข้าถึงวัคซีน ซึ่งช่วยยับยั้งการเกิดของโรคได้ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าวิกฤตครั้งนี้มันสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ยิ่งในกลุ่มคนทำธุรกิจ ยิ่งได้รับผลกระทบแบบเลี่ยงไม่ได้เลย เมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น สิ่งที่เป็นคำถามตามมาสำหรับคนในวงการธุรกิจ จึงเป็นคำถามที่ว่าแล้วจะ ลงทุนอย่างไร ให้รอดในยุคโควิด 19 ถ้าใครกำลังตั้งคำถามในลักษณะนี้อยู่ วันนี้เรามาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

  1. พยายามบริหารงาน ให้มีเงินสดเสมอ

ลงทุนอย่างไร ให้รอดในยุคโควิด 19 อย่างแรกที่จะทำให้ธุรกิจ หรือการลงทุนของเรารอด และอยู่ได้แบบยาว ๆ มันต้องเริ่มจากการพยายามบริหารงานให้มีเงินสดหมุนเวียนอยู่เสมอ หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าปัญหาใหญ่ของสตาร์ทอัพ ไม่ได้ล้มตายเพราะขาดไอเดียการทำธุรกิจ แต่เกิดจากการบริหารการเงินที่ผิดวิธี โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต ที่ทุกบริษัทแทบจะมีรายได้ติดลบ และแม้ว่าการเจรจาและสัญญาธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นแบบสินเชื่อการค้า (Credit Term) ที่มีระยะเวลาในการกำหนดชำระในภายหลัง แต่ต้องอย่าลืมว่ายังมีรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้ “เงินสด” ในทุกเดือน เช่น ค่าเช่าสถานที่ เงินเดือนพนักงาน ค่าการบำรุงรักษาเทคโนโลยี (Maintenance) ฯลฯ ดังนั้น บริษัทสตาร์ทอัพต้องวางแผนรักษาเงินสดแบบเร่งด่วนทันที และควรมีเงินสดสำรองเพียงพออย่างน้อย 12 – 18  เดือน เพราะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะกินระยะเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตหรือไม่ก็ตาม

2.พยายามประหยัดทุนให้ได้มากที่สุด

ความจริงแล้วหลักการนี้เป็นหลักการเบื้องต้น ที่ใครก็เข้าใจได้ และพยายามที่จะทำให้ได้มากที่สุด ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น เราไม่สามารถไปกำหนดอะไรหลายอย่างได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจัดการตัวเราเองไม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วผลกระทบด้านเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต มักทำให้ข้อตกลงด้านธุรกิจที่เป็นประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับบริษัท ล่าช้าไปอย่างน้อย 6 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น และหากสินค้าหรือบริการของบริษัทไม่ได้ตอบโจทย์กับสถานการณ์วิกฤต บริษัทต้องจัดการกับงบประมาณให้สอดคล้องความเป็นจริงให้มากที่สุด ทำให้ต้นทุนลดลงเหลือเท่าที่จำเป็น เช่น พักการพัฒนาสินค้าหรือบริการที่จะไม่ถูกใช้งานและเป็นรายจ่ายในช่วงนั้นทันที ย้ายงบการตลาดมาอยู่บนช่องทางที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย เช่น โซเชียลมีเดีย รวมถึงมาตรการที่อาจต้องหนักใจไปบ้างแต่สำคัญสำหรับการอยู่รอดอย่างการลดเงินเดือน หรือการลดจำนวนพนักงาน

3.ไม่เลิกมองหาโอกาสใหม่ ๆ

เราท้อได้แต่เราจะถอยไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งเป็นคนที่อยู่ในวงการธุรกิจ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด การไม่หยุดที่จะมองหาโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาขยายฐานลูกค้า หรือส่วนอื่น ๆ เป็นเรื่องที่ต้องคิดในใจตลอดเวลา ความต้องการผู้บริโภคใหม่ๆ เกิดขึ้นเพราะวิกฤตเสมอ ให้คุณลองถอยตัวเองออกจากกรอบความคิดเดิม ๆ และมองหาลู่ทางในการขยับปรับเปลี่ยนธุรกิจบางส่วนให้เหมาะกับสถานการณ์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากวิกฤต COVID-19 มีให้เห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบการแพทย์ทางไกล (Telehealth) ที่เข้ามาทดแทน แพลตฟอร์มการเรียนการสอนที่ย้ายไปอยู่บนออนไลน์ หรือบางสตาร์ทอัพถึงขนาดเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เช่น Isinnova สตาร์ทอัพสัญชาติอิตาเลียน ผู้ให้บริการ 3D-printing สำหรับงานออกแบบ ที่กระโดดเข้ามาผลิตเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ช่วยหายใจทางการแพทย์จากนวัตกรรม 3D-printing ของตัวเอง

4.มองหาแหล่งเงินทุนที่จำเป็น

ธุรกิจของเราจะดำเนินไปได้ มันต้องอาศัยเงินทุนเป็นปัจจัยหลัก แต่ครั้นจะหวังเพิ่งเงินทุนของเราเพียงอย่างเดียว มันเป็นไปได้ยากแน่นอน สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือการมองหาแหล่งระดมเงินทุนเอาไว้ ละในช่วงที่เกิดวิกฤตขึ้น ให้คำนึงเสมอว่าพาร์ทเนอร์ด้านธุรกิจ คู่ค้า และกลุ่มนักลงทุนเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้บริษัทมีสภาพคล่องของเงินลงทุนที่ลดลง หรืออาจร้ายแรงถึงขนาดถูกถอนการลงทุน

ซึ่งข้อแนะนำที่จะช่วยเสริมรอยรั่วตรงนี้ได้คือ ให้ลองมองหาแหล่งเงินสดอื่นๆ เช่น การสนับสนุนจากรัฐบาล โครงการที่ออกมาช่วยเหลือธุรกิจสตาร์ทอัพ หรืออาจลองย้อนกลับไปมองหาเวทีประกวดสำหรับสตาร์ทอัพ เพื่อคว้าเงินลงทุนใหม่อีกครั้ง แม้บริษัทจะผ่านเฟสนั้นมาแล้วก็ตาม รวมถึงในช่วงที่พาร์ทเนอร์ยังมีความวิตกกังวลด้านเศรษฐกิจ บริษัทอาจต้องปรับเปลี่ยนสัญญาเป็นแบบระยะสั้น แทนการทำสัญญาระยะยาว

การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีกว่า ย่อมส่งผลดีกับธุรกิจเรามากกว่าเสมอ ดังนั้น กลุ่มนัก ลงทุน ทั้งหลาย ต้องพยายามศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน หรือการพยุงธุรกิจให้รอดในสถานการณ์ต่าง ๆ เยอะ เผื่อว่าวันหนึ่งที่เราเจอปัญหาแบบไม่ทันตั้งตัว เราจะสามารถหยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ได้ทันเวลา

มือใหม่ควรเลือกซื้อกองทุนอย่างไร Next post มือใหม่ควรเลือกซื้อกองทุนอย่างไร