การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี

การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี

การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดีเป็นคำถามที่มีคนสงสัยกันเยอะมาก ๆ ซึ่งพอร์ตหุ้นมันมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา วันนี้ทาง paosatang.com จะมาบอกว่า การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี ไปดูกันเลย

การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี

อันดับแรกแนะนำให้เข้าไปดูก่อนว่าในไทยมีบริษัทหลักทรัพย์ไหนบ้างใน www.settrade.com พอเข้าที่เว็บ ให้คลิกที่เมนูมือใหม่ลงทุน จากนั้นเลือกปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ และเลือกรายชื่อโบรกเกอร์สมาชิก

วิธีเปิดพอร์ตหุ้นต้องทำยังไง

เดี๋ยวนี้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก เพราะบางโบรกเกอร์ก็สามารถให้เปิดบัญชีหุ้นแบบออนไลน์ได้แล้ว ถึงแม้บางโบรกกอร์ยังต้องให้กรอกเอกสารเปิดบัญชีปิดบัญชีอยู่ แต่ก็มีการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น มีพนักงานวิ่งส่งเอกสารให้เราถึงที่ทำให้เราไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาของโบรกเกร์ หรือ ถ้าใครอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถพิมพ์เอกสารเปิดบัญชีจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์จากนั้นเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมแล้วส่งที่โบรกเกอร์ได้เลย

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม เพื่อเปิดพอร์ตโดยทั่วไป

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาหน้า Book Bank
  4. ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท
  5. เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ของแต่ละโบรกเกอร์

หลังจากเปิดพอร์ตหุ้นเสร็จแล้ว ทางโบรกเกอร์ก็จะส่งUsername และ Password และรายละเอียดต่าง ๆ มาให้เราทางอีเมล และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็เริ่มเทรดหุ้นได้เลย

การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี

ค่าธรรมเนียม

เมื่อเลือกโบรกเกอร์ได้แล้ว นอกจากจะดูเรื่องความน่าเชื่อถือนโยบายต่าง ๆ เราก็ดูด้วยว่าแต่ละโบรกเกอร์มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำหรือไม่ เรื่องค่าธรรมเนียมขั้นต่ำถือว่ามีความสำคัญกันคนที่ยังมีเงินทุนไม่มากอยู่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น

  • โบรกเกอร์ A คิดค่าธรรมเนียม 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย
  • โบรกเกอร์ B คิดค่าธรรมเนียม 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย

เหมือนกัน แต่ถ้าวันนั้นมีมูลค่าการซื้อขายไม่เกิน 20,000 บาท จะคิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ 50 บาท สมมติวันนั้นเรามีมูลค่าการซื้อขาย 10,000 บาท สำหรับโบรกเกอร์

A เราจะเสียธรรมเนียม 15 บาท แต่โบรกเกอร์ B มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ เราเลยเสีย 50 บาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าที่เทรดจริง

การบริการ

เรื่องค่าธรรมเนียมไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะตัดสินว่าเราควรเลือกเปิดพอร์ตหุ้นกับที่ไหน อีกปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องการบริการ การบริการที่เราควรให้ความสำคัญ เช่น

  • นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในแต่ละโบรกเกอร์จะมีนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประจำอยู่ โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จะคอยออกบทวิเคราะห์ (Research Paper) มาให้เราอ่านกัน ซึ่งในบทวิเคราะห์ก็จะมีทั้งการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการวิเคราะห์หุ้น เพราะฉะนั้นนักวิเคราะห์ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์ เพราะถ้าเราได้บทวิเคราะห์ (Research Paper) ที่ดี มีนักวิเคราะห์ที่เก่ง ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น
  • ผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) หรือ IC จะคอยทำให้หน้าที่ดูแลทุก ๆ อย่างให้เรา ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดพอร์ต จนถึงเอาบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์มาแนะนำเรา หรือพูดง่าย ๆ IC เหมือนเป็นหูเป็นตาให้กับเรา ถ้าเราได้ IC ที่ดี ก็ทำให้เราสะดวกและลดแรงเราไปได้เยอะ
  • โปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ทางแต่ละโบรกเกอร์มีให้เราถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเหมือนกันนะ เพราะถ้าโบรกเกอร์ไหนมีโปรแกรมการเทรดหรือ Scan หุ้น ดี ๆ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดให้เราได้
  • การนำเงินเข้าออกจากพอร์ต ความสะดวกในการนำเงินเข้าออกจากพอร์ตของเราถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ โบรกเกอร์ไหนที่สามารถฝากถอนเงินได้ง่ายก็จะสะดวกกับเรา เช่น บางโบรกเกอร์มีระบบผูกบัญชีตัดเงินให้เราเลย หรือบางที่ก็สามารถโอนเงินผ่าน Mobile Banking ได้เลย ก็จะทำเราฝากถอนเงินได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งเรื่องโอนเงินเข้าออกจากพอร์ต

ยิ่งสะดวกยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับเรา เพราะเราไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องนี้ เอาเวลาไปวิเคราะห์หาหุ้นดี ๆ ดีกว่า

ถ้าโบรกเกอร์ไหนมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ แต่ให้การบริการที่ดีมาก มีบทวิเคราะห์ที่ดีมาให้เราอ่านประจำ มี IC ดูแลเป็นอย่างดี แถมมีโปรแกรมการเทรดแตกต่างจากโบรกเกอร์อื่น การโอนเงินเข้าออกจากพอร์ต ก็สะดวกและรวดเร็วมาก ๆ มันก็อาจจะคุ้มค่าที่เราจะเสียค่าธรรมเนียมที่แพงขึ้นหน่อย

การเปิดพอร์ตหุ้น ควรเปิดที่ไหนดี

รูปแบบการส่งคำสั่ง มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน

  1. เราส่งคำสั่งซื้อขายเองผ่านอินเทอร์เน็ต
  2. โทรส่งคำสั่งซื้อขายผ่าน IC

สำหรับมือใหม่ควรส่งคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตจะดีกว่าเพราะค่าธรรมเนียมจะถูกกว่า โดยทั่วไปการส่งคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตจะมีค่าธรรมเนียมเท่ากับ 0.157% ส่วนการโทรส่งคำสั่งผ่าน IC จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 0.257%

สไตล์การลงทุน

สไตล์การลงทุนก็มีความสำคัญเหมือนกัน สำหรับคนที่เล่นระยะสั้น อาจจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องค่าธรรมเนียมมากเป็นพิเศษ เพราะเราต้องซื้อขายบ่อยครั้ง ส่วนคนที่เล่นแบบถือยาวอาจจะไม่ต้องกังวลกับค่าธรรมเนียมมาก เพราะนาน ๆ ที่เราจะซื้อขาย สุดท้ายเราก็ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาชั่งน้ำหนักดู ว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องไหน ชั่งน้ำหนักแต่ละปัจจัยดูว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด และคนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเองนี่แหละค่ะ

                นี่ก็คือความรู้ ที่จะทำให้นักเล่นหุ้นมือใหม่ รู้ว่าการเปิดพอร์ตหุ้นควรเปิดที่ไหนดี เพื่อน ๆ ต้องลองศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นให้ดี ก่อนตัดสินใจในการลงทุน หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาจะมีประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังหาข้อมูลก่อนลงทุนนะคะ

แนะนำอุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ ที่ควรมี

ถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นรถธรรมดา หรือ รถบิ๊กไบค์ อะไหล่แต่งรถเป็นของคู่กันมานาน เชื่อว่าไบค์เกอร์ทั้งหลายชอบที่จะเสริมแต่งรถของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถขนาดเล็กไปจนถึงรถขนาดใหญ่ ซึ่งการแต่งรถไม่ใช่แค่แต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังแต่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ ไปดูว่า อุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ ที่ควรมี ว่าที่เขานิยมนำมาแต่งกันมีอะไรบ้าง สายบิ๊กไบค์ห้ามพลาดค่ะ

อุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ ที่ควรมี
อุปกรณ์แต่งรถบิ๊กไบค์ ที่ควรมีผ
5 คำแนะนำ ที่จะทำให้การเงินของเรามั่นคง Previous post 5 คำแนะนำ ที่จะทำให้การเงินของเรามั่นคง
ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนและมั่นคง Next post ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไร อย่างยั่งยืนและมั่นคง